Menu

ย้อนประวัติศาตร์นักศึกษากับการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

0 Comments


เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 เป็นวันที่มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 9 ของประเทศไทย การเลือกตั้งนี้ห่างจากการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งที่ 8 เกือบ 12 ปี  เพราะมีการรัฐประหารยึดอำนาจโดยคณะทหารและทหารได้จัดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญเกือบ 10 ปี จนกระทั้งมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511

ถือได้ว่าเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่และเป็นการเลือกตั้งที่อาศัยกฎหมายเลือกตั้ง พ.ศ. 2511 ที่ให้เป็นการเลือกตั้งแบบรวมเขตมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ 219 คน ในครั้งนั้นมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 14,820,400 คน แต่มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 7,289,837 คน น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ มีเพียงร้อยละ 49.16 เท่านั้น [1]

อย่างไรก็ดีการเลือกตั้งครั้งนี้นับว่าเป็นที่สนใจของประชาชนมากกว่าครั้งก่อน ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เพียง ร้อยละ 44.07

จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ได้จัดตั้งพรรคสหประชาไทย โดยมีรองหัวหน้าพรรค 3 คน คือ พลเอกประภาส จารุเสถียร รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ผู้บัญชาการทหารบก พลตำรวจเอก ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดีกรมตำรวจ และนาย พจน์ สารสิน อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมี พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ เป็นเลขาธิการพรรค พลเอก กฤษณ์ สีวะรา พลโท แสวง เสณาณรงค์ พลตำรวจโท พิชัย กุลละวณิชย์ เป็นรองเลขาธิการพรรค

การเลือกตั้งในครั้งนั้น พรรคสหประชาไทย ได้ ส.ส.จำนวน 75 คนจาก 219 คน แม้จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ด้วยเสียงที่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภา จึงทำให้ต้องหาเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่นๆ ตลอดจน ส.ส. อิสระที่ไม่สังกัดพรรคที่มีจำนวนถึง 56 คน จึงทำให้เกิดการต่อรองเรื่องผลประโยชน์ของ ส.ส. ทั้งในพรรคสหประชาไทย และพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2515 ทำให้จอมพลถนอมแก้ปัญหาด้วยทำการรัฐประหารตนเองใน วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายอำนาจของระบอบถนอม-ประภาส ในเวลาต่อมา [2]

หากจะย้อนหลังไปศึกษาการตรวจสอบการเลือกตั้ง ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ในกรณีของประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2511 นิสิตนักศึกษาจาก 11 สถาบัน ร่วมประชุมกันแล้วจัดตั้ง “กลุ่มนิสิตนักศึกษาอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง” เป้าหมายเพื่อที่จะสังเกตการณ์ การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2512 มีการอบรมนักศึกษาอาสาสมัครนับพันคนแล้วส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งเพื่อสอดส่องดูแลการเลือกตั้งทั่วไปในวันเลือกตั้ง การจัดตั้งกลุ่มดังกล่าวมีการนำเสนอรายงานสรุปภายหลังการเลือกตั้ง และพบการทุจริตทั้งโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และนักการเมือง แต่เมื่ออำนาจในการจัดการอยู่ในมือของกระทรวงมหาดไทย ระเบียบที่เปิดช่องทางให้ร้องเรียนไปจนถึงขั้นตอนการจัดการคำร้องเรียนไม่ชัดเจน ทำให้การร้องเรียนต่าง ๆ ไม่ได้รับความสนใจ และสื่อมวลชนก็รายงานเพียงข่าวหลังวันเลือกตั้ง แล้วก็ค่อย ๆ จางหายไป[3]

https://doct6.com/learn-about/how/chapter-2/2-5

https://doct6.com/learn-about/how/chapter-2/2-5

 

ตามบันทึกในวารสารประวัติศาสตร์ 2558 เผยว่า นักศึกษาเริ่มสนใจในการเมืองและสังคมในปีพ.ศ. 2511 หลังจาก จอมพลถนอม กิตติขจร ประกาศใช้รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511 ในเดือนมิถุนายน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างตั้งแต่ พ.ศ. 2502 หลังจากรัฐบาลจอมพลถนอมประกาศใช้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้จัดการ เลือกตั้งสภาเทศบาลกรุงเทพ-ธนบุรีในเดือนกันยายน พ.ศ. 2511 และตามด้วยการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์พ.ศ. 2512 นักศึกษาได้มีส่วนร่วมทางการเมืองด้วยการเป็นผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง

เมื่อเดือนสิงหาคม 2511 นักศึกษาธรรมศาสตร์จำนวน 30 คน จัดประชุมเพื่อตั้งกลุ่มอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง และจัดแบ่งนักศึกษาไปสังเกตการณ์ในการเลือกตั้งสภาเทศบาลเป็นครั้งแรก หลังจากการเลือกตั้งสภาเทศบาลผ่านไป นักศึกษาธรรมศาสตร์ตื่นตัวมากขึ้นและเข้ามาสมัครเป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปจำนวนถึง 3,000 คน อาสาสมัครนักศึกษาเกือบทั้งหมดประจำหน่วยในเขตกรุงเทพฯ และเขตธนบุรี         เช่น เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นอาสาสมัครที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนโยธินบูรณะ เป็นต้น[4]

เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ได้บันทึกใน มหาวิทยาลัยชีวิต เขาสมัครเป็นนักศึกษาเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2512 การเป็นอาสาสมัครในครั้งนั้นสอนให้เขารู้จักบทเรียนแรกของประชาธิปไตยในสังคมไทย

เสกสรรคเผยว่า ทหารกลุ่มหนึ่งเข้าคูหาเพื่อทำในสิ่งที่เรียกว่าสิทธิของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่ด้วยพฤติกรรมที่ไม่อยู่ในกฎกติกาของนายทหารกลุ่มนั้น อีกทั้งนายทหารหน้าเดิมกลับมาลงคะแนนเกินโควตา ทำให้เขายื่นใบประท้วงด้วยกระดาษและวาจา[5]

จากนั้นในปี 2513 กลุ่มสังเกตการเลือกตั้งจัดสัมมนานิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ นำไปสู่การก่อตั้ง ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.)  จนกระทั่งในปี 2515 มีประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2515 กำหนดให้มีสภาเดียวคือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มาจากการแต่งตั้ง และมีมาตรา 17 ให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่นายกรัฐมนตรี

ในปี 2516 เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกบินกลับจากป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตกที่นครปฐม พบซากสัตว์ป่าจนกลายเป็นข่าวใหญ่ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการใช้ทรัพย์สินราชการในทางมิชอบ คณะที่เข้าไปล่าสัตว์ครั้งนั้นเป็นทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และบุคคลใกล้ชิดกับรัฐบาลประมาณ 60 คน   ศนท. และชมรมอนุรักษ์ของนักศึกษาสี่มหาวิทยาลัยจึงออกมาเคลื่อนไหวเปิดโปงข้อเท็จจริง เรียกร้องให้ลงโทษผู้กระทำผิด นำไปสู่การตีพิมพ์เผยแพร่หนังสือ ‘บันทึกลับจากทุ่งใหญ่’ จากจุดนั้นถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่กลายมาเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ตามที่พวกเราทราบกัน[6]

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *