Menu

แถลงการณ์ We Watch เรื่องรายงานสรุปสถานการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศไทย

0 Comments


การเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2562 เครือข่าย We Watch ได้ส่งอาสาสมัครระยะยาวลงพื้นที่สังเกตการณ์ จำนวน 105 คน โดยกระจายไปในหน่วยเลือกตั้ง 60 แห่ง จากทั้งหมด 395 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย ภาคกลาง – ตะวันตก – ตะวันออก จำนวน 20 แห่ง ภาคใต้ จำนวน 17 แห่ง ภาคอีสาน จำนวน 15 แห่ง ภาคเหนือ จำนวน 8 แห่ง โดยอาสาสมัครได้ทำการสังเกตการณ์ตั้งแต่เวลา 06.00 ถึง 19.00 น. และได้จัดทำรายงานสรุปสถานการณ์การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศไทย ดังนี้

1. บรรยากาศการมาใช้สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

จากคำแถลงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่แสดงจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกเขตทั่วประเทศพบว่ามีผู้มาใช้สิทธิถึงร้อยละ 86.98 จากจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2,632,935 คน ทั้งนี้ จากการรายงานของอาสาสมัครในหน่วยเลือกตั้ง 50 หน่วย ชี้ว่า มีผู้มีสิทธิมารอใช้สิทธิตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดหน่วยที่หน้าหน่วยเลือกตั้งเป็นจำนวนมากเกือบทุกหน่วย โดยแบ่งเป็นหน่วยที่มีผู้มารอใช้สิทธิ 1 – 25 คน จำนวน 13 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 26 หน่วยที่มีผู้มารอใช้สิทธิ 26 – 50 คน จำนวน 9 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 18 และหน่วยที่มีผู้มารอใช้สิทธิ 50 คนขึ้นไป ถึงจำนวน 28 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 56 จำนวนผู้มารอใช้สิทธิเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงการให้ความสนใจและความตื่นตัวอย่างมากของผู้มีสิทธิในการมาใช้สิทธิ อย่างไรก็ดีการเตรียมการด้านสถานที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในการรองรับจำนวนผู้มาใช้สิทธิโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยที่มีผู้ลงทะเบียนมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมากยังมีปัญหาเรื่องพื้นที่จอดรถไม่เพียงพอสำหรับผู้มาใช้สิทธิ อาสาสมัครของเครือข่ายยังรายงานด้วยว่ามีกรณีที่กลุ่มคนที่มารอใช้สิทธิยังประสบปัญหาการจัดการแถวของ กปน. ที่สั่งจัดแถวใหม่หลายครั้งจนเกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย

อาสาสมัครรายงานว่าโดยทั่วไป กปน. ได้เปิดให้ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเข้าไปใช้สิทธิในหน่วยเลือกตั้งได้ตามกำหนดเวลาของการเปิดหน่วย แต่เนื่องจากหลายหน่วยมีผู้มาใช้สิทธิเป็นจำนวนมากประกอบกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรอบนอกอาคารมีจำนวนน้อยและข้อมูลขั้นตอนที่ไม่ชัดเจนทำให้ผู้มีสิทธิที่มาใหม่ไม่ทราบขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อก่อนเข้าใช้สิทธิจึงทำให้เกิดความล่าช้าและแออัดของจำนวนผู้มีสิทธิที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา แต่อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุด กปน. ก็แก้ไขสถานการณ์และอำนวยให้การเลือกตั้งยังดำเนินต่อไปได้

2. บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิและเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร
จากการรายงานของอาสาสมัครชี้ว่าในหน่วยเลือกตั้งส่วนใหญ่ กกต. ได้มีการจัดส่งเอกสารและอุปกรณ์การเลือกตั้งมายังหน่วยเลือกตั้งครบถ้วนเรียบร้อยดี แต่ยังมีกรณีที่บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิและเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครยังมาไม่ถึงหน่วยทำให้เกิดการติดขัด กปน. จึงต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการให้ผู้มาใช้สิทธิเช็ครายชื่อผ่านอินเตอร์เน็ตและดูเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครผ่านภาพบันทึกหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครจากรายงานพบว่ามีกรณีที่ยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาเอกสารแนะนำผู้สมัครอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดบัตรเสีย เช่น กรณีรายชื่อผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่ยังคงปรากฏในเอกสารรายชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แม้จะมีวิธีการแจ้งเพื่อให้ทราบว่าพรรค ทษช. ไม่มีสิทธิลงสมัครแล้ว แต่เป็นวิธีการแจ้งที่ไม่เป็นทางการ เช่น การใช้ปากกาขีดกากบาทรูปผู้สมัครพรรค ทษช.

นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับความผิดพลาดในการจัดการรายชื่อผู้ลงทะเบียนประสงค์ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งสร้างความสับสนแก่ผู้มีสิทธิ เช่น มีผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนและได้รับการยืนยันจากระบบลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าออนไลน์แล้วโดยมีหลักฐานเป็นไฟล์ PDF แต่เมื่อตรวจสอบรายชื่อในวันที่ 16 มีนาคม 2562 กลับไม่ปรากฏชื่อผู้มีสิทธิในระบบ และยังมีกรณีลำดับรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ปรากฏในเว็บไซต์ไม่ตรงกับลำดับรายชื่อที่ปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิหน้าคูหาเลือกตั้ง

3. การอำนวยการเลือกตั้ง

จากการรายงานของอาสาสมัครพบว่ามีความบกพร่องหลายประเด็น ดังนี้
3.1. ความบกพร่องเกี่ยวกับการอำนวยการเลือกตั้ง
3.1.1. พบว่าการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับขั้นตอนและกฎหมายการเลือกตั้งของ กกต. ยังไม่เพียงพอทำให้ผู้ใช้สิทธิบางส่วนยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งอาจทำให้เสียสิทธิ เช่น ในวันเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมามีประชาชนบางคนเข้ามายังหน่วยเพื่อจะใช้สิทธิแต่ไม่พบรายชื่อของตน เมื่อตรวจสอบจึงพบว่ายังไม่มีการลงทะเบียนล่วงหน้าไว้ รวมถึงพบกรณีมีพระบวชใหม่มาขอใช้สิทธิเลือกตั้ง
3.1.2. พบว่าหลายหน่วยเลือกตั้งมีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยไม่เพียงพอ ไม่มีเจ้าหน้าที่บริการคนพิการที่มาใช้สิทธิ รวมถึงพบว่ามีการใช้พนักงานรักษาความปลอดภัยมาช่วยตรวจสอบหลักฐานผู้ใช้สิทธิและแจกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมิใช่หน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัย
3.1.3. พบว่ามีอุปกรณ์ไม่เพียงพอสำหรับผู้ใช้สิทธิ เช่น ปากกา
3.1.4. พบว่ามีการจัดหน่วยเลือกตั้งไว้กลางแจ้งทำให้ผู้ไปใช้สิทธิต้องเข้าแถวรอใช้สิทธิกลางแดด
3.1.5. พบว่า กปน. ส่วนหนึ่งขาดความเข้าใจต่อกระบวนการในการอำนวยการเลือกตั้งและมีท่าทีไม่พอใจเมื่อผู้มาใช้สิทธิซักถามข้อสงสัย
3.2. ความบกพร่องเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดหลักการสากลและกฎหมายเลือกตั้ง
3.2.1. พบกรณีความบกพร่องในการป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบของผู้สมัครและพรรคการเมือง เช่น มีกรณีการไม่เก็บป้ายหาเสียงในบริเวณใกล้หน่วยเลือกตั้ง รวมถึงเกิดการรบกวนการใช้สิทธิเลือกตั้งขณะลงคะแนน เช่น มีรถหาเสียงของผู้สมัครหาเสียงใกล้หน่วยเลือกตั้ง
3.2.2. พบกรณีมีการจัดการคูหาเลือกตั้งที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จนอาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ เช่น
1. มีการตั้งคูหาเลือกตั้งให้หันหลังเข้าหากัน ทำให้ง่ายต่อการมองเห็นอีกฝั่งขณะลงคะแนน
2. มีบุคคลอื่นนั่งหรือยืนอยู่ด้านหลังคูหาเลือกตั้งโดยที่ กปน. มิได้ห้ามปรามหรือทักท้วง
3. วางคูหาไว้ใกล้กับโต๊ะ กปน. มากเกินไป
3.2.3. พบกรณีมีเจ้าหน้าที่ทหารที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าออกบ่อยครั้ง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยที่นั่งประจำในหน่วยมีการพกพาอาวุธ
3.3. ความบกพร่องของ กปน. ที่อาจทำให้มีบัตรเสียโดยมิได้เป็นความผิดของผู้ใช้สิทธิ
3.3.1. กปน. ให้บัตรเลือกตั้งผิดเขตแก่ผู้ใช้สิทธิ
3.3.2. กปน. เขียนรหัสเขตเลือกตั้งผิด

4. การมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง
อาสาสมัครรายงานว่าการมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งยังมีน้อย เช่น หลายหน่วยไม่มีผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากพรรคการเมือง นอกจากนี้ยังพบกรณีการคุกคามผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งด้วย เช่น มีทหารติดตามผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง

5. การปิดหน่วยและการจัดการบัตรเลือกตั้ง

อาสาสมัครรายงานว่าหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดดำเนินการเกี่ยวกับการปิดหน่วยโดยเป็นไปตามเวลาที่กำหนดในกฎหมายการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี ยังมีข้อกังวลในหมู่ผู้มาใช้สิทธิเกี่ยวกับความบกพร่องในการป้องกันการนำบัตรเลือกตั้งที่เหลือไปใช้ในการทุจริตการเลือกตั้ง เช่น มีการเจาะทำลายบัตรโดยไม่แสดงให้ประชาชนเห็นได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงประเด็นความโปร่งใสในการขนย้ายและเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง เช่น ประเด็นคำถามเกี่ยวกับกระบวนการขนย้ายและการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งว่าสามารถตรวจสอบได้หรือไม่และจะนำไปเก็บไว้ที่ใด
จากรายงานสรุปสถานการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศไทยข้างต้นชี้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจและตื่นตัวอย่างมากต่อการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีของการเลือกตั้งอันเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของประชาธิปไตย

ทั้งนี้จากการประเมินของอาสาสมัครจากหน่วยเลือกตั้ง 60 แห่ง พบว่า ร้อยละ 25.7 อยู่ในเกณฑ์ดีมาก ไม่พบความผิดปกติใด ๆ ร้อยละ 39.6 อยู่ในเกณฑ์ดี มีความผิดปกติเล็กน้อยแต่ไม่กระทบกระบวนการใช้สิทธิออกเสียง ร้อยละ 30.7 อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มีความผิดปกติที่กระทบกระบวนการใช้สิทธิออกเสียงแต่ในระดับน้อย ซึ่งความผิดปกติที่กระทบกระบวนการใช้สิทธิออกเสียงเหล่านี้ได้รับการแก้ไขสถานการณ์จาก กปน. ทำให้สามารถดำเนินการเลือกตั้งต่อไปได้ในที่สุด อย่างไรก็ดียังมีหน่วยเลือกตั้งร้อยละ 4 ที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ดี มีความผิดปกติหลายอย่างที่กระทบการใช้สิทธิออกเสียงในระดับรุนแรงซึ่งแม้จะมีเป็นจำนวนน้อยแต่ยังกระทบต่อการใช้สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

เครือข่าย We Watch จึงมีความกังวลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของ กกต. ในการรับมือและจัดการข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก

เพื่อไม่ให้เกิดการเสียสิทธิ์ขึ้นโดยมิได้เป็นความผิดของผู้ใช้สิทธิอีก เครือข่าย We Watch จึงขอเรียกร้องให้ กกต. และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการการเลือกตั้งได้พิจารณาถึงการเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ดังต่อไปนี้
1. กกต. ต้องเร่งประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนและระเบียบของการเลือกตั้งผู้มีสิทธิอย่างเร่งด่วนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนและระเบียบของแก่ผู้มีสิทธิเพื่อไม่ให้เสียสิทธิของตนหรือเกิดบัตรเสียโดยไม่ตั้งใจ

2. กกต. และ กปน. ต้องเตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้สิทธิอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้ใช้สิทธิเป็นจำนวนมากต้องจัดให้มีที่จอดรถอย่างเพียงพอ จัดเตรียมเต็นท์สำหรับผู้มาใช้สิทธิที่ต่อแถวรอใช้สิทธิ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยอย่างเพียงพอ รวมไปถึงจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยและผู้พิการที่มาใช้สิทธิ และต้องเร่งแก้ไขเอกสารแนะนำผู้สมัครที่ผิดพลาด รวมถึงเน้นย้ำไปยัง กปน. ถึงระเบียบและกฎต่าง ๆ ของการเลือกตั้ง

3. กกต. และ กปน. ต้องเตรียมการในการจัดการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ผู้มีสิทธิได้ใช้สิทธิของตนเอง โดยใช้ปัญหาและข้อผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาเป็นบทเรียนในการจัดเตรียมแนวทางจัดการแก้ไขปัญหาและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในวันเลือกตั้งทั่วไปที่จะถึงนี้ให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด รวมไปถึงต้องมีกระบวนการในการจัดการข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม ที่จะถึงนี้เป็นไปด้วยความเสรีและเป็นธรรม

4. ผู้ใช้สิทธิต้องเร่งศึกษาขั้นตอนและระเบียบของการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เสียสิทธิของตน นอกจากนี้พรรคการเมือง สื่อมวลชน และประชาชน ต้องมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง หากมีความผิดปกติหรือข้อสงสัยใด ๆ ให้สอบถามหรือร้องเรียน กปน. ทันที

กองเลขาฯ We Watch
วันที่ 19 มีนาคม 2562

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *