Menu

ปัญหาของระบบการเลือกตั้งและการจัดการเลือกตั้งที่กระทบต่อเจตนารมณ์ของประชาชนในผลการวิจัยของ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

0 Comments


 

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวผลการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาของการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดทำวิจัย เรื่อง “ปัญหาของระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ2560 และปัญหาการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 และแนวทางแก้ไข

ทั้งนี้ นายปริญญา กล่าวว่า ได้เก็บข้อมูลวันเลือกตั้งจากผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเสร็จแล้ว3,250 คน ใน 4 ภาค 20 จังหวัด และเก็บข้อมูลจากผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวน 73 คนจาก 40 พรรคการเมือง การสนทนากลุ่ม 5 ครั้ง ใน 4ภาค รวมถึงสอบถามกับผู้ปฏิบัติงานสำนักงาน กกต. จังหวัด สำนักงาน กกต.เขต กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้นำพรรคการเมืองใหญ่ 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคอนาคตใหม่ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์

พบปัญหาของระบบการเลือกตั้งและการจัดการเลือกตั้งที่กระทบต่อเจตนารมณ์ของประชาชนดังต่อไปนี้

ขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนในการเลือกตั้งจากแบบเดิมของไทยตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ รัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นระบบคู่ขนาน( Parallel System )

คือมีการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อคู่กันไป กล่าวคือระบบเดิมหรือระบบสัดส่วนผสมนั้น ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมี 2 คะแนน คะแนนหนึ่งเลือกผู้สมัครแบบแบ่งเขต อีกคะแนนเลือกผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคหรือเลือกพรรค ขณะที่ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะมีเพียงคะแนนเดียว ที่นอกจากจะเป็นการเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขตและส.ส. บัญชีรายชื่อแล้ว ยังเป็นการเลือกว่าที่นายกรัฐมนตรีไปในตัวด้วย จากผลวิจัยสำรวจมีผู้ที่ต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งสูงถึง 64.9% ซึ่งหมายความว่าปัญหานี้มีอยู่จริง โดยประชาชนที่ประสบปัญหานี้เลือกจากพรรคมากกว่าเลือกจากผู้สมัคร

ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อแตกต่างคนละพรรคได้อีกต่อไป   

กรณีที่ผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และว่าที่นายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการเลือกอยู่ในพรรคเดียวกันหมด ก็ไม่มีปัญหาใด สำหรับประชาชน แต่สำหรับคนที่ประชาชนอยากเลือกอาจไมไ่ด้อยู่ในพรรคเดียวกัน กรณีของผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อซึ่งก็คือการเลือกพรรค ก็คงจะไปด้วยกันกับว่าที่นายกรัฐมนตรี แต่สำหรับผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่อยากเลือกพรรคหรือนายกรัฐมนตรีที่ชอบ อาจจะไม่ไปด้วยกัน ถ้าชอบผู้สมัครแบบแบ่งเขต แต่ไม่ชอบพรรรค หรือในทางกลับกันชอบพรรค แต่ไม่ชอบผู้สมัครแบบแบ่งเขต หรือกรณีประชาชนที่อยากเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่พรรคนั้นไม่ส่งผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิ นี้คืิอปัญหาประการแรกที่กระทบต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง

ปัญหาผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งพรรคเดียวกันแต่ต่างหมายเลขกัน

จากการเก็บข้อมูลพบว่าเรื่องนี้ก่อให้เกิดผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากบัตรเลือกตั้งทั้ง 350 เขตจะแตกต่างกันหมด ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งล่วงหน้า และในบัตรเลือกตั้งก็ไม่มีชื่อผู้สมัครด้วยทั้งๆที่หมายเลขแตกต่างกันแล้ว ทำให้ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเกิดความสับสนเรื่องหมายเลขของผู้สมัคร โดยจากการทำแบบสอบถามแบบสุ่มตัวอย่างผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 42.38% ตอบว่าตนเองลำบากมากขึ้น

ปัญหาที่เกิดในการจัดการเลือกตั้งหน้า 

,มีปัญหาการจัดการมากกว่าครั้งที่ผ่านมา จากปัญหาเรื่องบัตรเลือกตั้งที่ทั้ง 250 เขตไม่เหมือนกันเลย ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องใช้เวลารอนานขึ้น และเกิดความผิดพลาดในการส่งบัตรเลือกตั้งให้ผู้มาใช้สิทธิ คือผู้ใช้สิทธได้บัตรเลือกตั้งที่ไม่ตรงเขตของตนเองและทำให้กลายเป็นบัตรเสียไปเป็นจำนวนมาก

ไม่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.ไม่ได้มีการส่งเสริมเรื่องการมีส่วนร่วมขององค์กรภาคประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้งเลย ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมาที่จะมีการส่งเสริมบทบาทภาคประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้งอย่างคึกคัก อาจจะด้วยผู้ร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไปหวังพึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งมากกว่าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วม

 

หากท่านที่สนใจสามารถติดตามอ่านผลวิจัยเลือกตั้ง 24 มี.ค.!!ชี้ชัดระบบจัดสรรปันส่วนผสมสร้างปัญหาสารพัดได้ที่นี่

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *