Menu

รายงานผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง

0 Comments


We Watch เครือข่ายสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย ได้สังเกตการณ์การเลือกตั้งในช่วงก่อนวันเลือกตั้งของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่างระหว่างวันที่ 17 – 21 ธันวาคม 2562 ผ่านสามวิธีการหลัก คือ 1) การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทีมหาเสียงของผู้สมัคร และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวม 215 คน 2) การสังเกตการณ์สถานการณ์ในพื้นที่ เช่น เวทีปราศรัยของผู้สมัคร การรณรงค์ของ กกต. และบรรยากาศทั่วไป และ 3) ช่องทางออนไลน์ เช่น สื่อออนไลน์ เพจของพรรคการเมือง และเพจของประชาชนในพื้นที่ โดยส่งอาสาสมัครลงพื้นที่จำนวน 14 คน
ผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง พบความไม่เป็นอิสระและความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น ขณะที่ประชาชนยังคงให้ความสำคัญต่อการเลือกตั้ง และมีการเตรียมการที่ดีในการจัดการเลือกตั้งของ กกต. แต่ยังคงพบความบกพร่อง

ข้อมูลพื้นฐาน
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2562 ครอบคลุมพื้นที่สองอำเภอของจังหวัดขอนแก่น คือ อำเภอหนองเรือ และอำเภอมัญจาคีรี ประกอบด้วย 271 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวน 4 คน จาก 4 พรรคการเมือง คือ เบอร์ 1 นายธนิก มาสีพิทักษ์ พรรคเพื่อไทย เบอร์ 2 นายสมศักดิ์ คุณเงิน พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 3 พ.ต.อ. กิตติกูร กาญจนสกุล พรรคเสรีรวมไทย และเบอร์ 4 นายสุทัศน์ ผลบุญ พรรคพัฒนาชาติ
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครเบอร์ 3 ได้ลาออกจากพรรคเสรีรวมไทย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม มีผลทำให้ กกต. ยื่นถอนชื่อออกจากการเป็นผู้สมัครต่อศาลฎีกา เนื่องจากขาดคุณสมบัติ และเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อ พ.ต.อ.กิตติกูร กาญจนสกุล ออกจากประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงสามเบอร์

ประสิทธิภาพในการจัดการการเลือกตั้ง
1. การฝึกอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)
มีการจัดฝึกอบรมให้ กปน. ของทั้งสองอำเภอ อย่างเป็นระบบ โดยอำเภอหนองเรือ จัดฝึกอบรมวันที่ 17-19 ธันวาคม อำเภอมัญจาคีรี วันที่ 18-19 ธันวาคม แต่ละที่แบ่งการจัดฝึกอบรมเป็นชุด ชุดละประมาณ 20-30 หน่วยเลือกตั้ง โดยแต่ละชุดจะใช้เวลาฝึกอบรมประมาณ 3 ชั่วโมง เนื้อหาหลักประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1)ภาพรวมทั่วไปเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2) ภาคปฏิบัติการ และ 3) การรายงานแบบพิมพ์ (แบบรายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสรุปผลการจัดการเลือกตั้งประจำหน่วย)
ที่น่าสนใจคือ การฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง นับจากการเตรียมการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง (วันที่ 23 ตุลาคม 2562) ที่มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับการทำรายงานแบบพิมพ์ ให้ประธาน กปน.
2. การรณรงค์และการประชาสัมพันธ์
มีการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างทั่วถึงและมีส่วนร่วมจากประชาชน โดยมีการจัดรณรงค์ใหญ่ในทั้งสองอำเภอ การรณรงค์ของอำเภอมัญจาคีรี จัดขึ้นวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ส่วนอำเภอหนองเรือ จัดวันที่ 20 ธันวาคม 2562 มีผู้เข้าร่วมแต่ละที่ประมาณ 1,000 – 2,000 คน ประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ส่วนราชการต่าง ๆ และนักเรียน โดยทำการเดินรณรงค์ในพื้นที่ใกล้ที่ว่าการอำเภอ รวมระยะทางไปกลับประมาณ 3-4 กิโลเมตร นอกจากนี้ มีการประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านเกือบทุกวัน
3. การส่งมอบหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้ง
การส่งมอบหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งแก่ กปน. แต่ละหน่วย วันที่ 21 ธันวาคม 2562 เป็นไปอย่างเรียบร้อย และ กกต. มีการเตรียมการที่ดีในการแจ้งการตัดสิทธิผู้สมัครเบอร์ 3 ให้ผู้ที่จะมาใช้สิทธิทราบโดยการใช้ประกาศของ กกต. ปิดทับบนภาพผู้สมัครเบอร์ 3
อย่างไรก็ตาม อาสาสมัครพบความบกพร่อง คือ มีหลายหน่วยเลือกตั้งไม่มีการปิดประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบรายชื่อก่อนวันเลือกตั้ง

ความสนใจของประชาชน และสื่อมวลชน
1. ความสนใจต่อการไปเลือกตั้ง
จากการสำรวจความสนใจต่อการเลือกตั้งของประชาชน จำนวน 155 คน ของทั้งสองอำเภอ พบว่า ทุกคนจะไปเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลหลากหลาย เช่น ต้องการเลือกคนที่สามารถพัฒนาพื้นที่ได้ รักษาสิทธิต่าง ๆ ที่จะได้รับบริการจากรัฐ (ทั้งนี้ มีการกระจายข่าวในหมู่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในลักษณะบิดเบือน ว่าหากไม่ใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ จะทำให้เสียสิทธิบัตรสวัสดิการของรัฐ หรือผลประโยชน์อื่น ๆ จากรัฐ) และต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย เป็นต้น
2. ความคิดเห็นต่อการเมืองและการเลือกตั้ง
1) มีกระแสความคิดเรื่อง “เลือกคนในพื้นที่ดีกว่านอกพื้นที่” ผู้ให้ข้อมูลทุกคนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันกันของผู้สมัครสองคนจากสองพรรคการเมือง ซึ่งผู้สมัครทั้งสองคนเป็นคนต่างอำเภอกัน คนหนึ่งเป็นคนมัญจาคีรี ส่วนอีกคนเป็นคนหนองเรือ และ กระแส “ชอบคนแต่ไม่ชอบพรรค” ผู้ใช้สิทธิเห็นว่าระบบการเลือกตั้งแบบบัตรเดียว เบอร์เดียว เป็นปัญหาต่อการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร เพราะผู้ใช้สิทธิต้องการพิจารณาคุณสมบัติของทั้งตัวผู้สมัครและพรรคการเมือง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้สร้างความหนักใจต่อผู้ใช้สิทธิ
2) ส่วนใหญ่มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ทำให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น และกำลังการใช้จ่ายของประชาชนยังคงน้อยเช่นเดิม
3) ผู้ให้ข้อมูลทุกคนติดตามสถานการณ์ทางการเมือง โดยอธิบายเชื่อมโยงกับปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้
3. สื่อมวลชนติดตามสถานการณ์ในช่วงก่อนการเลือกตั้งซ่อมน้อย พบมากเพียงช่วงที่มีการจัดเวทีปราศรัยหาเสียงของพรรคการเมืองเท่านั้น

ความเป็นอิสระ
จากการสอบถามผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทุกคนกล่าวว่าตนมีอิสระในการตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครคนใด เช่นเดียวกับความเห็นของ ผอ. กกต. เขต 7 ที่กล่าวว่าผู้สมัครทุกคนมีอิสระในการหาเสียง และยังไม่มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการบังคับข่มขู่
อย่างไรก็ตาม จากการสัมภาษณ์ผู้สนับสนุนคนสำคัญของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง พบว่ามีการติดตามในลักษณะคุกคามโดยกลุ่มชายตัดผมเกรียนขับรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนและใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอม จำนวน 3 คัน ในขณะเดียวกันอาสาสมัครพบชายผมเกรียนสองคนขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จับตามองการประชุมของทีมสังเกตการณ์ของสถาบันพระปกเกล้า และ We Watch
นอกจากนี้ กปน. มีความกังวลว่าจะมีบุคคลไม่ทราบฝ่ายการคุกคาม หรือกดดันการปฏิบัติงานของ กปน. โดยเฉพาะในช่วงการนับคะแนนและการวินิจฉัยบัตรดี บัตรเสีย

ความเป็นธรรม
พบพฤติการณ์ที่ส่งผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันระหว่างผู้สมัคร ดังต่อไปนี้
1. การซื้อเสียง อาสาสมัครได้ข้อมูลการซื้อเสียงของผู้สมัคร โดยพบว่ามีวิธีการในการซื้อเสียงหลายรูปแบบ เช่น แจกเงินแก่ผู้ที่มีแผ่นพับหาเสียงที่มีตราประทับ แจกเงินแก่บ้านที่มีการปักธงพรรคและสติ๊กเกอร์พรรค หัวคะแนนเดินสอบถามแต่ละบ้านว่าจะเลือกพรรคไหน ถ้ามั่นใจว่าจะเลือกพรรคนั้นก็จะมีการแจกเงิน แจกเงินแก่ผู้ที่ไปฟังปราศรัย
2. การลงพื้นที่ของรัฐมนตรี อาสาสมัครพบการลงพื้นที่เป็นประธานเปิดงานวันดินโลก ของรัฐมนตรี ทำให้อาสาสมัครตั้งคำถามถึงความได้เปรียบของผู้สมัครบางคน เนื่องจากเป็นการลงพื้นที่ในช่วงการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่วันดินโลกตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี แต่กลับจัดขึ้นวันที่ 20 ธันวาคม 2562 อีกทั้ง งานวันดินโลกที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่จัดขึ้นใน วันที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา ไม่มีรัฐมนตรีไปเปิดงาน
3. การใช้โครงการและสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ มาเป็นประเด็นสำคัญในการใช้หาเสียง เพื่อหว่านล้อมให้ประชาชนมั่นใจว่าหากเลือกผู้สมัครจากพรรคฝ่ายรัฐบาล จะทำให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินโครงการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการจัดสรรน้ำ ชลประทาน การสร้างถนน 4 เลน หรือแม้กระมั่งการทำ MOU กับโรงงานมันสำปะหลัง เพื่องดเว้นการหักค่าดิน เป็นต้น

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *