Menu

We Watch ลงนามในแถลงการณ์กรณีกองทัพเมียนมาร์ ร่วมกับองค์กรสังเกตการณ์การเลือกตั้งนานาชาติ กรณีกองทัพเมียนมาร์

0 Comments

แถลงการณ์ร่วม:

เมียนมาร์: หยุดรัฐประหาร ปล่อยให้ศาลเลือกตั้งทำงานของพวกเขา

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์, กองกำลังทหารของเมียนมาร์ Tatmadaw (ตั๊ดมาดอ = กองทัพ) แสดงท่าทีอย่างชัดเจนต่อการอ้างถึง การโกงรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป ของวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 โดยได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมากรวมถึงที่ปรึกษาแห่งรัฐ นางอองซาน ซูจี, ประธานาธิบดีอูวิน มยิน, คณะกรรมการการเลือกตั้ง (UEC) ประธาน UEC นาย U Hla Thein ตลอดจนนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยนักการเมืองจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) และพรรคอื่น ๆ

ในเวลาต่อมา Tatmadaw ได้ประกาศว่าจะยึดอำนาจ พร้อมกับประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 ปีและแต่งตั้งรองประธานาธิบดีที่เกษียณอายุราชการ คือ นายพล U Myint Swe ในตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี  นอกจากนี้ยังมีการประกาศว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งใหม่หลังภาวะฉุกเฉินภายใต้คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่ซึ่งต่อมาได้รับการแต่งตั้งในคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์

องค์กรตรวจสอบการเลือกตั้งและองค์กรตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนที่ร่วมลงนามด้านล่างประณามการทำรัฐประหารของกองทัพในเมียนมาร์ เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐและนักเคลื่อนไหวที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดทันที

กลุ่ม Tatmadaw  ต้องคืนอำนาจให้กับรัฐบาลที่นำโดยพลเรือนและแสวงหาการแก้ไขข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่กำหนดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2008 แท้จริงแล้วรัฐธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้งของเมียนมาร์ได้กำหนดเกลไกในการแก้ไขข้อพิพาทในรูปแบบของศาลเลือกตั้งพรรคสหสามัคคีและการพัฒนาแห่งชาติ (USDP) ที่ได้รับการสนับสนุนจากทหาร ซึ่งได้ทำการร้องเรียนหลายครั้ง เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงและความผิดปกติในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เช่นเดียวกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ มีสิทธิตามกฎหมายในการโต้แย้งอย่างเป็นทางการต่อผลการเลือกตั้ง และมีการดำเนินการดังกล่าวแล้วโดยยื่นร้องเรียน 174 เรื่องจาก 287 เรื่องร้องเรียน ที่ได้รับโดย UEC

ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งต่างรอคอยที่จะได้เห็นข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและหลักฐานที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่นำเสนอและได้รับการกล่าวถึงในกระบวนการพิจารณาของศาล ตามข้อมูลของเรา UEC กำลังจะดำเนินการแต่งตั้งศาลเลือกตั้ง แต่ทหารเข้ามาแทรกแซงเสียก่อน การระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานพื้นฐานที่ว่าทุกฝ่ายดำเนินการด้วยความสุจริตใจ

ดังนั้นกองทัพพม่าจึงต้องถอยกลับจากความพยายามก่อรัฐประหาร เข้าร่วมในกระบวนการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างสันติและโปร่งใส หนทางสู่ประชาธิปไตย ที่ได้รับการยอมรับอย่างถ่องแท้นั้นยาวนานและยากลำบาก แต่สิ่งสำคัญคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดจะต้องรักษาและปกป้องบรรทัดฐานของประชาธิปไตย การทำซ้ำสิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2533 จะเป็นการกลับไปสู่ลัทธิเผด็จการโดยสิ้นเชิงและจะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนเมียนมาร์และประชาคมโลก

We Watch ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับองค์กรดังต่อไปนี้

  1. Asian Network for Free Elections (ANFREL)
  2. Association for Elections and Democracy (PERLUDEM), Indonesia
  3. Cambodian Human Rights Action Coalition (CHRAC)
  4. Cambodian Human Rights and Development Association (ADHOC)
  5. Cambodian Institute for Democracy (CID)
  6. Cambodian League for the Promotion and Defense of Human Rights (LICADHO)
  7. Center for Alliance of Labor and Human Rights (CENTRAL), Cambodia
  8. Centre for Monitoring Election Violence (CMEV), Sri Lanka
  9. Centre for Policy Alternatives (CPA), Sri Lanka
  10. Citizen Congress Watch (CCW), Taiwan
  11. Civil Network OPORA, Ukraine
  12. Coalition for Clean and Fair Elections (Bersih 2.0), Malaysia
  13. Coalition of Cambodian Farmers Community (CCFC)
  14. Committee for Free and Fair Elections in Cambodia (COMFREL)
  15. East and Horn of Africa Election Observers Network (E-HORN)
  16. Elections Observation Group (ELOG), Kenya
  17. ENGAGE, Malaysia
  18. Free and Fair Election Forum (FEFA), Afghanistan
  19. Free and Fair Election Network (FAFEN), Pakistan
  20. General Election Observation Committee (GEOC)/Nepal Law Society
  21. Global Network of Domestic Election Monitors (GNDEM)
  22. Hong Kong Election Observation Project (HKEOP)
  23. Independent Democracy of Informal Economy Association (IDEA), Cambodia
  24. Independent Election Monitoring Committee (KIPP), Indonesia
  25. Jaringan Pendidikan Pemilih untuk Rakyat (JPPR), Indonesia
  26. Legal Network for Truthful Elections (LENTE), Philippines
  27. MARUAH (Working Group for ASEAN Human Rights Mechanism, Singapore)
  28. Movement for Free & Fair Elections (MDDE), Sri Lanka
  29. National Citizens’ Movement for Free Elections (NAMFREL), Philippines
  30. National Election Observation Committee (NEOC), Nepal
  31. National Election Watch Sierra Leone (NEWSL)
  32. Neutral & Impartial Committee for Free & Fair Elections in Cambodia (NICFEC)
  33. Open Forum for Democracy Foundation (P-NET), Thailand
  34. People Center for Development and Peace (PDP-Center), Cambodia
  35. People’s Action for Free and Fair Elections (PAFFREL), Sri Lanka
  36. Pusat KOMAS, Malaysia
  37. Suara Rakyat Malaysia (SUARAM)
  38. Thai Action Committee for Democracy in Burma (TACDB)
  39. Tindak Malaysia
  40. Transparency International Cambodia
  41. Transparency Maldives
  42. Transparent Election Foundation of Afghanistan (TEFA)
  43. We Watch, Thailand
  44. West Africa Election Observers Network (WAEON)
  45. Women Caucus for Politics, Timor-Leste
  46. Women for Social Progress (WSP), Mongolia
  47. Youth Resource Development Program (YRDP), Cambodia

แถลงการณ์ร่วม: เมียนมาร์: หยุดรัฐประหาร ปล่อยให้ศาลเลือกตั้งทำงานของพวกเขา

Ref : ANFREL 

Joint Statement: Myanmar: Stop the Coup, Let Election Tribunals Do Their Job | Asian Network for Free Elections (anfrel.org)

The statement is also available in multiple languages:
Myanmar: “မြန်မာ : အာဏာသိမ်းခြင်းအား ရပ်တန့်ပေးရန်၊ ရွေးကောက်ပွဲခုံရုံးများအား ၎င်းတို့၏တာဝန်များကို လုပ်ဆောင်ခွင့်ပြုရန်
French: “Myanmar: Arrêtez le coup d’État, laissez les tribunaux électoraux faire leur travail
Chinese: “緬甸:停止政變,讓選舉法庭完成其任!
Spanish: “Myanmar: Paren el golpe, dejen a los tribunales electorales hacer su trabajo

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *