Menu
26

Oct
2018

ย้อนประวัติศาตร์นักศึกษากับการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 เป็นวันที่มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 9 ของประเทศไทย การเลือกตั้งนี้ห่างจากการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งที่ 8 เกือบ 12 ปี  เพราะมีการรัฐประหารยึดอำนาจโดยคณะทหารและทหารได้จัดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญเกือบ 10 ปี จนกระทั้งมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511 ถือได้ว่าเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่และเป็นการเลือกตั้งที่อาศัยกฎหมายเลือกตั้ง พ.ศ. 2511 ที่ให้เป็นการเลือกตั้งแบบรวมเขตมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ 219 คน ในครั้งนั้นมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 14,820,400 คน แต่มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 7,289,837 คน น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ มีเพียงร้อยละ 49.16 เท่านั้น [1] อย่างไรก็ดีการเลือกตั้งครั้งนี้นับว่าเป็นที่สนใจของประชาชนมากกว่าครั้งก่อน ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เพียง ร้อยละ 44.07 จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ได้จัดตั้งพรรคสหประชาไทย โดยมีรองหัวหน้าพรรค 3 คน […]

READ MORE
11

Oct
2018

ประจักษ์ ก้องกีรติ: พรรคอันดับ 1 อาจตั้งรัฐบาลไม่ได้ และประยุทธ์ต้องการ 126 เสียงนั่งนายกฯ

ประชาไท x เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) คุยกับประจักษ์ ก้องกีรติ ทบทวนการเลือกตั้งมาเลเซีย เพราะอะไรฝ่ายผู้ครองอำนาจเดิมจึงถูกล้มโดยการเลือกตั้ง จับตาการเลือกตั้งไทยภายใต้การนับคะแนนแบบใหม่ การใช้บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว ตัวชี้วัดอยู่ที่ระบบแบ่งเขต ทุกเสียงมีความหมาย การแข่งขันจะดุเดือด หลังการเลือกตั้งอาจมีโอกาสสูงที่ไทยจะอยู่ในภาวะสุญญากาศ พรรคอันดับ 1 อาจตั้งรัฐบาลไม่ได้ และ ‘ประยุทธ์’ ต้องการ ส.ส. 126 เสียงเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี 11 ธ.ค. 2561 เป็นวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรจะมีผลบังคับ หลังจากนั้นการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นภายใน 150 วัน ช่วงเวลาตั้งแต่ 24 ก.พ. – 5 พ.ค. 2562 เป็นช่วงระยะเวลาที่ กกต. ได้วางกรอบไว้คร่าวๆ สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในครั้งหน้า แต่ตราบที่ยังไม่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ก็ยังถือว่าไม่มีอะไรที่ชัดเจน แต่สถานการณ์ที่เราอยู่ในปัจจุบันนี้มีอย่างน้อย 3 อย่างที่ชัดเจนแล้ว แรกสุด ระบบการเลือกตั้งที่ออกแบบมาใหม่ที่กำหนดให้เหลือบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว เป็นการเลือก ส.ส. ในระบบแบ่งเขต และระบบบัญชีรายชื่อไปในตัว และมาพร้อมกับการคำนวณแบบใหม่ที่เป็นการนำผลรวมของคะแนนการเลือกตั้งในระดับเขตของแต่ละพรรคการเมืองมารวมกันเป็นผลรวมของทั้งประเทศเพื่อหาสัดส่วนที่นั่งทั้งหมดที่แต่ละพรรคควรได้ เช่น […]

READ MORE
09

Oct
2018

คณิน ฉินเฉิดฉาย บทบาทคนรุ่นใหม่ การเมือง เลือกตั้ง ทำไมพรรคการเมืองถึงให้ความสนใจมากกว่าที่ผ่านมา

We watch คุยกับคณิน ฉินเฉิดฉาย นักศึกษาจาก กลุ่มโกงกาง ม.บูรพา มองปรากฎการณ์วาทกรรมการเมือง เลือกตั้ง เป็นเรื่องสกปรกที่ถูกทำให้รับรู้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ วิเคราะห์ปัญหาคนรุ่นใหม่ถูกทำให้ไร้เดียงสาทางการเมือง การเมืองในรอบนี้ทำไมคนรุ่นใหม่ถูกชูขึ้นจากหลายพรรคเมือง ความขัดแย้งที่ผ่านมาทำให้คนรุ่นใหม่ถูกปลูกฝังวาทกรรมการเมือง การเลือกตั้ง เป็นเรื่องสกปรก ครั้งแรกได้ยินเรื่องการเมือง คืออยู่ชั้นมัธยมต้น ประมาณปี 2550 ช่วงสถานการณ์การเมืองที่กำลังรุนแรง เกิดการแบ่งสีแบ่งฝ่ายทางการเมือง เกิดความขัดแย้งต่างๆ ซึ่งทางผู้ใหญ่ที่บ้านเห็นสถานการณ์อย่างนั้นจึงหมดหวังกับทางการเมือง อยากเห็นนคนที่แท้จริงมาทำงานการเมือง ทำให้เรามองว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรกในยุคนั้น ก็ไม่แปลกที่ว่าคนกลุ่มหนึ่งพยายามใช้วิธีที่ไม่ใช่หลักการประชาธิปไตยแสวงหานิยามของนักปกครองที่ดีมา แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีนักปกครองที่ดีในอุดมคติยุคนี้ อย่างคนที่บอกว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรก เราก็คุยกันว่าเกิดจากอะไรแต่ก็ถือว่าน้อยคนที่จะคุยเรื่องนี้ บางส่วนก็ไม่สนใจการเมืองเลยพยายามไม่พูดถึง ไม่แตะเพราะมองว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง เราถูกทำให้การเมืองเป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งคำนี้เป็นคำที่ผิดในสังคมประชาธิปไตยด้วย เพราะการเมืองอยู่ทุกระดับในทุกๆคน แต่ว่าด้วยสถานการณ์ทางการเมืองเป็นรูปแบบปิดมัน การเมืองมันเลยถูกแต้มสี เป็นสีดำ ทำให้ผู้คนเหนื่อยหน่ายการเมือง มองว่าเรื่องการเมืองเป็นเรื่อง อิทธิพล อำนาจน่ากลัว คือถ้าไม่ยุ่งจะดีที่สุด สำหรับคนที่ไม่หันหลังให้การเมืองคือได้มาสัมผัสเรียนรู้ เขาไม่ได้หันหลังโดยที่เขาไม่ได้สัมผัส ทำให้รู้ว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ซึ่งเราก็มีสิทธิ์ที่จะหวังแล้วก็พยายามต่อสู้เพื่อให้ได้หวังนั้นมา  หลายคนที่เริ่มมาเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเมือง หลายคนก็มีพื้นหลังมาจากการที่ทุกคนเข้าไปเกี่ยวกับการเมืองต่างๆเพื่อนพี่บางคนของผมได้รับอิทธิพลความคิดทางการเมืองจากการไปม็อบ ทั้งเสื้อแดงและก็เสื้อเหลือง หรือม็อบ กปปส. ซึ่งในส่วนที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองในขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม ทำให้รู้สึกว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว และเขาก็เป็นเจ้าของของการเมืองนั้นๆ […]

READ MORE
04

Oct
2018

คุยกับ ชัยพงษ์ สำเนียง จับตาภาวะสังคม(ผิด)ปกติ ก่อนการเลือกตั้ง

We watch สัมภาษณ์ ชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอกสาขาสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ม.เชียงใหม่ ชี้ คสช. ทำให้สังคมบิดเบี้ยวกลายเป็นเรื่องปกติ และพยายามสร้างให้นักการเมืองเป็นผีดิบ การเลือกตั้งเป็นปีศาจ แต่สังคมยังเฝ้าคอยการเลือกตั้งในฐานะเครื่องมือแก้แค้นเผด็จการ คุยกับ ชัยพงษ์ สำเนียง. สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงปรากฎการณ์ทางสังคม การเมือง การควบคุมอำนาจต่างๆของ คสช.ผ่านกลไกทางการเมืองที่ผ่านมานั้นทำให้สังคมไทยเปลี่ยนไปอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นกับการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่จะมาถึงนี้ คสช.ทำให้สังคมผิดปกติกลายเป็นเรื่องปกติ ความสำเร็จอย่างหนึ่งคือการทำให้ประชาชนสอดส่อง ควบคุมกันเอง งานของอาจารย์พิชญ์ (เผด็จการวิทยา) อธิบายในเรื่องเผด็จการต่าง ๆ นานา ทำไมเผด็จการต้องทำตัวแปลกๆ ก็เพราะว่าไม่สามารถทำตัวเป็นคนปกติได้ ต้องทำให้สังคมบิดเบี้ยว สำหรับผมมีความคิดไปไกลกว่านั้นคือเผด็จการทำให้ทุกคนต้องอยู่ในสังคมที่ไม่ปกติไปด้วยกัน สิ่งหนึ่งที่เผด็จการตอนนี้ประสบความสำเร็จคือการทำให้เสียงในสังคมนิ่ง ต่างจากสมัยรัฐบาลสุรยุทธ์ เรายังเห็นปรากฎการณ์เสื้อแดงไปบุกบ้านป๋าเปรม คนยังออกมาเคลื่อนไหวตามท้องถนนได้ แต่ต่างจากสมัยนี้ คือทำให้คนกลัวโดยการไล่จับทุกคน ทั้งนักวิชาการ สื่อ นักศึกษา ประชาชน ความสำเร็จอย่างหนึ่งของสังคมเผด็จการ คือการสร้างความผิดปกติให้เป็นเรื่องปกติ ทำให้ความกลัวกลายเป็นเรื่องสามัญ ทุกคนต้องในสังคมต้องช่วยกันเซ็นเซอร์ ตรวจสอบกัน ถ้าเราแสดงความเห็น วิจารณ์ คสช. ก็จะมีคนในสังคมมาตรวจสอบ เซ็นเซอร์ […]

READ MORE